เมื่อรถเกิดอุบัติเหตุหรือบ้านและรถถูกน้ำท่วม หลายคนไม่แน่ใจว่าควรทำอะไรเป็นอย่างแรก ต้องแจ้งบริษัทประกันเมื่อไร หรือควรซ่อมก่อนแล้วค่อยส่งใบเสร็จได้หรือไม่ คำตอบขึ้นอยู่กับเหตุที่เกิดขึ้นและความคุ้มครองในกรมธรรม์ บทความนี้รวบรวมขั้นตอนสำหรับ 3 กรณี ได้แก่ รถเกิดอุบัติเหตุ รถถูกน้ำท่วม และบ้านถูกน้ำท่วม เพื่อให้คุณจัดการเหตุการณ์และเตรียมหลักฐานได้ครบขึ้น
จำไว้ก่อน: ดูแลความปลอดภัยของคนก่อนเสมอ ถ่ายภาพและเก็บหลักฐานเมื่อทำได้อย่างปลอดภัย แจ้งบริษัทประกันโดยเร็ว และสอบถามก่อนซ่อมถาวรหรือทิ้งทรัพย์สินที่เสียหาย
ก่อนเริ่มเคลม ต้องดูข้อมูลอะไรในกรมธรรม์?
เตรียมหน้าตารางกรมธรรม์หรือหมายเลขกรมธรรม์ ตรวจชื่อบริษัทประกัน ชื่อผู้เอาประกัน สถานที่หรือรถที่เอาประกัน วันเริ่มและวันสิ้นสุดความคุ้มครอง เบอร์แจ้งเหตุ วงเงินคุ้มครอง และค่าเสียหายส่วนแรก หากมี กรณีน้ำท่วมให้ดูเอกสารแนบท้ายด้วยว่าระบุภัยน้ำท่วมและทรัพย์สินที่คุ้มครองไว้อย่างไร
หากหาเอกสารไม่เจอ ลองค้นในอีเมล ข้อความจากบริษัทประกัน แอปของบริษัท หรือติดต่อผู้ขายประกันเพื่อขอข้อมูลกรมธรรม์
1. วิธีเคลมประกันรถยนต์เมื่อเกิดอุบัติเหตุ
ขั้นที่ 1 ดูแลคนและจุดเกิดเหตุให้ปลอดภัย
หากมีผู้บาดเจ็บ ให้ขอความช่วยเหลือฉุกเฉินทันที เปิดไฟฉุกเฉินเมื่อเหมาะสม และระวังรถคันอื่น อย่าฝืนขับรถที่มีปัญหาเกี่ยวกับล้อ ระบบบังคับเลี้ยว หรือมีของเหลวรั่ว หากจำเป็นต้องย้ายรถออกจากจุดอันตราย ให้ถ่ายภาพตำแหน่งรถและร่องรอยเหตุการณ์ก่อนเมื่อทำได้อย่างปลอดภัย
ขั้นที่ 2 ถ่ายภาพและเก็บข้อมูลคู่กรณี
ถ่ายภาพกว้างที่เห็นตำแหน่งรถทั้งหมด ภาพใกล้ของรอยเสียหาย ป้ายทะเบียน สภาพถนน ป้ายจราจร และสิ่งที่ถูกชน จดวัน เวลา สถานที่ ชื่อ เบอร์ติดต่อ และทะเบียนรถของคู่กรณี รวมทั้งพยานหากมี หลีกเลี่ยงการตกลงรับผิดหรือจ่ายเงินทันทีทั้งที่ยังไม่ทราบรายละเอียดความเสียหาย
ขั้นที่ 3 โทรแจ้งบริษัทประกัน
ใช้เบอร์แจ้งเหตุในกรมธรรม์ แจ้งทะเบียนรถ ตำแหน่งที่เกิดเหตุ ลักษณะการชน จำนวนรถที่เกี่ยวข้อง และมีผู้บาดเจ็บหรือไม่ ขอเลขรับแจ้งเหตุและจดคำแนะนำที่ได้รับ บริษัทอาจส่งเจ้าหน้าที่สำรวจภัยให้มาที่จุดเกิดเหตุ หรือให้ส่งภาพและนัดตรวจรถตามลักษณะเคส
หากมีผู้บาดเจ็บ คู่กรณีโต้แย้ง หรือมีเหตุที่ต้องแจ้งความ ให้ประสานตำรวจและเก็บเอกสารจากสถานีตำรวจไว้ด้วย
ขั้นที่ 4 ตรวจใบเคลมและสิทธิการซ่อม
เมื่อได้รับใบเคลมหรือใบรับรองความเสียหาย ให้ตรวจทะเบียนรถ วันเกิดเหตุ รายการรอยเสียหาย และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ถ้ารายการไม่ครบให้แจ้งแก้ไข จากนั้นสอบถามว่าจะซ่อมห้างหรือซ่อมอู่ นำรถเข้าที่ใด ต้องรออนุมัติค่าซ่อมหรือไม่ และมีค่าเสียหายส่วนแรกหรือค่าใช้จ่ายใดที่ต้องรับผิดชอบเอง
ขั้นที่ 5 รับรถหลังซ่อม
ก่อนรับรถ ตรวจรอยซ่อม การทำงานของส่วนที่ได้รับผลกระทบ และเอกสารส่งมอบงาน หากยังพบปัญหา ให้แจ้งอู่และบริษัทประกันทันที พร้อมเก็บภาพประกอบ
เอกสารที่อาจต้องใช้ในการเคลมรถชน
- ใบเคลมหรือใบรับรองความเสียหายที่บริษัทออกให้
- ใบขับขี่ของผู้ขับขี่ขณะเกิดเหตุ และเอกสารประจำตัวตามที่บริษัทขอ
- สำเนาทะเบียนรถ
- หน้าตารางกรมธรรม์หรือหมายเลขกรมธรรม์
- ภาพถ่ายความเสียหายและจุดเกิดเหตุ
- เอกสารจากตำรวจ หากมีการแจ้งความหรือบริษัทขอ
- ข้อมูลคู่กรณี ใบเสนอราคาซ่อม ใบเสร็จ และข้อมูลบัญชีธนาคารตามวิธีเคลม
- หนังสือมอบอำนาจ หากให้ผู้อื่นดำเนินการแทน
รายการเอกสารขึ้นอยู่กับบริษัทและลักษณะเหตุ ควรยืนยันกับผู้รับแจ้งเคลมอีกครั้ง
2. วิธีเคลมประกันรถยนต์เมื่อน้ำท่วม
ขั้นที่ 1 ตรวจความปลอดภัยและอย่าเพิ่งสตาร์ทรถ
หากน้ำเข้าห้องโดยสารหรือสงสัยว่าน้ำเข้าห้องเครื่อง อย่าลองสตาร์ทรถ เพื่อทดสอบ เพราะอาจทำให้ความเสียหายเพิ่มขึ้น รอพื้นที่ปลอดภัยก่อนเข้าถึงรถ และขอคำแนะนำเรื่องรถยกจากบริษัทประกัน รถยนต์ไฟฟ้าหรือไฮบริดที่ถูกน้ำท่วมควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบระบบไฟฟ้าก่อนจับต้องส่วนที่เสียหายหรือใช้งาน
ขั้นที่ 2 ตรวจความคุ้มครองน้ำท่วม
โดยทั่วไปประกันรถชั้น 1 มีความคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถจากน้ำท่วม ส่วนชั้น 2+ หรือ 3+ ต้องตรวจว่าแพ็กเกจที่ซื้อเพิ่มความคุ้มครองน้ำท่วมหรือไม่ บางแพ็กเกจของชั้น 3 ก็มีความคุ้มครองเพิ่มเติมได้ ตรวจวงเงินและข้อกำหนดจากหน้าตารางกรมธรรม์จริงเสมอ
ขั้นที่ 3 เก็บภาพระดับน้ำและแจ้งเคลม
ถ่ายภาพรถทั้งคัน ป้ายทะเบียน ระดับน้ำหรือคราบน้ำภายนอกและภายใน เมื่อทำได้อย่างปลอดภัย จดสถานที่ วันเวลา ระดับน้ำโดยประมาณ และบอกบริษัทประกันว่ามีการสตาร์ทรถหลังถูกน้ำหรือไม่ โทรแจ้งเคลมเพื่อขอเลขรับแจ้งเหตุ พร้อมถามว่าต้องรอสำรวจที่จุดเกิดเหตุ ใช้รถยกของใคร และนำรถไปอู่หรือศูนย์บริการใด
ขั้นที่ 4 ให้บริษัทประเมินความเสียหาย
บริษัทและอู่จะประเมินว่ารถซ่อมได้หรือเสียหายหนักจนต้องพิจารณาชดใช้แบบเสียหายสิ้นเชิง การพิจารณาขึ้นอยู่กับสภาพรถ ค่าซ่อม ทุนประกัน และเงื่อนไขกรมธรรม์ ไม่ควรสรุปเองจากระดับน้ำเพียงอย่างเดียว ขอรายละเอียดผลประเมินและรายการซ่อมเป็นลายลักษณ์อักษร หากมีการเสนอชดใช้เป็นเงิน ให้ตรวจเงื่อนไขก่อนลงนามตกลง
ขั้นที่ 5 ส่งเอกสารตามผลการประเมิน
เอกสารพื้นฐานคือข้อมูลกรมธรรม์ ใบเคลม บัตรประชาชน ทะเบียนรถ ภาพความเสียหาย และบัญชีธนาคารตามที่บริษัทขอ หากเข้าข่ายเสียหายสิ้นเชิง บริษัทอาจขอเล่มทะเบียนฉบับจริง เอกสารโอนกรรมสิทธิ์ และกุญแจรถเพิ่มเติม รถที่ยังผ่อนอยู่ต้องประสานไฟแนนซ์เพื่อสรุปยอดหนี้และเงินส่วนต่างตามจริง
3. วิธีเคลมประกันบ้านเมื่อน้ำท่วม
ขั้นที่ 1 ให้คนในบ้านปลอดภัยก่อน
อย่าเข้าไปในบ้านที่ยังมีน้ำขังและเสี่ยงไฟฟ้าดูด อย่าเปิดใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปียกน้ำหรือกลับเข้าบ้านที่โครงสร้างอาจไม่ปลอดภัย ให้หน่วยงานหรือช่างผู้เชี่ยวชาญช่วยประเมินเมื่อจำเป็น
ขั้นที่ 2 ตรวจความคุ้มครองในกรมธรรม์บ้าน
เปิดหน้าตารางกรมธรรม์และเอกสารแนบท้าย ดูว่ามีความคุ้มครอง ภัยน้ำท่วม หรือไม่ และครอบคลุมอะไรบ้าง เช่น ตัวอาคาร ส่วนติดตั้งถาวร หรือทรัพย์สินภายในบ้าน ตรวจวงเงินต่อครั้งหรือต่อปี ค่าเสียหายส่วนแรก และข้อยกเว้นที่ระบุ ประกันที่ทำไว้เพื่อประกอบการกู้บ้านอาจมีขอบเขตต่างจากที่คาด จึงควรตรวจเอกสารจริงก่อน
ตัวอย่าง: หากกรมธรรม์ระบุคุ้มครองเฉพาะตัวอาคาร ของใช้ที่เคลื่อนย้ายได้อาจไม่อยู่ในรายการที่เอาประกันไว้ แม้น้ำจะท่วมสิ่งของเหล่านั้นด้วย การมีประกันบ้านจึงไม่ได้หมายความว่าทุกชิ้นในบ้านได้รับความคุ้มครองเท่ากัน
ขั้นที่ 3 ถ่ายภาพก่อนเก็บกวาด
เมื่อปลอดภัย ให้ถ่ายวิดีโอเดินรอบบ้านและภาพที่เห็นระดับน้ำหรือคราบน้ำ รวมทั้งพื้น ผนัง ประตู ตู้ติดตั้งถาวร ระบบไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เสียหาย ถ่ายยี่ห้อ รุ่น หรือหมายเลขเครื่องเมื่อยังอ่านได้ เก็บภาพเดิม ใบเสร็จ หรือหลักฐานการซื้อหากมี จดวันที่น้ำเริ่มเข้า วันที่น้ำลด และความสูงของน้ำโดยประมาณ
ขั้นที่ 4 โทรแจ้งบริษัทประกันทันทีที่ทำได้
แจ้งหมายเลขกรมธรรม์ ที่อยู่ วันเวลาเกิดเหตุ ระดับน้ำ และความเสียหายเบื้องต้น ขอเลขรับแจ้งเหตุและถามว่าบริษัทจะส่งเจ้าหน้าที่เมื่อไร ต้องส่งหลักฐานช่องทางใด เริ่มทำความสะอาดได้แค่ไหน และสิ่งของใดต้องเก็บไว้รอการตรวจ
หากต้องสูบน้ำ เคลื่อนย้ายของ หรือซ่อมฉุกเฉินเพื่อความปลอดภัยและลดความเสียหาย ให้ถ่ายภาพก่อนและหลังดำเนินการ เก็บใบเสร็จ และแจ้งบริษัทเมื่อทำได้ ค่าใช้จ่ายดังกล่าวจะได้รับความคุ้มครองหรือไม่ขึ้นอยู่กับกรมธรรม์และการพิจารณาของบริษัท
ขั้นที่ 5 ทำรายการความเสียหายและรอสำรวจ
แยกเป็นหมวดตัวอาคาร ส่วนติดตั้งถาวร และทรัพย์สินภายในที่เอาประกัน ระบุชื่อสิ่งของ จำนวน อายุโดยประมาณ ลักษณะความเสียหาย พร้อมจับคู่กับภาพถ่ายและใบเสนอราคาซ่อม อย่าทิ้งทรัพย์สินที่เสียหายก่อนบริษัทแจ้งแนวทาง เว้นแต่จำเป็นด้านสุขอนามัยหรือความปลอดภัย โดยต้องเก็บหลักฐานไว้ให้มากที่สุด
เมื่อนัดเจ้าหน้าที่สำรวจ ให้พาดูจุดเสียหายทั้งหมด หากพบปัญหาเพิ่มหลังน้ำลด เช่น ผนังบวม วงจรไฟฟ้าเสีย หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าไม่ทำงาน ให้แจ้งเพิ่มเติมพร้อมภาพ อย่าเพิ่งเริ่มซ่อมถาวรโดยไม่ตกลงขั้นตอนกับบริษัท
ขั้นที่ 6 ตรวจผลประเมินและรับค่าสินไหม
ดูว่าบริษัทนับรายการเสียหายครบหรือไม่ ค่าสินไหมอยู่ภายใต้วงเงินและค่าเสียหายส่วนแรกอย่างไร หากมีรายการที่ไม่รับพิจารณา ให้ขอเหตุผลพร้อมข้อกรมธรรม์ที่ใช้อ้างอิง หากข้อมูลไม่ครบ ส่งภาพหรือใบเสนอราคาซ่อมเพิ่มเติม และเก็บบันทึกการติดต่อทุกครั้ง
เอกสารที่ควรเตรียมสำหรับเคลมบ้านน้ำท่วม
- หน้าตารางกรมธรรม์และเอกสารแนบท้ายความคุ้มครองน้ำท่วม
- บัตรประชาชนผู้เอาประกัน และหลักฐานสิทธิในบ้านตามที่บริษัทขอ
- ภาพหรือวิดีโอระดับน้ำ คราบน้ำ และความเสียหาย
- รายการตัวอาคารและทรัพย์สินที่เสียหาย
- หลักฐานการซื้อ ภาพทรัพย์สินเดิม หรือเอกสารแสดงมูลค่า หากมี
- ใบเสนอราคาซ่อมและใบเสร็จค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง
- เลขบัญชีธนาคารและแบบฟอร์มเรียกร้องค่าสินไหมตามที่บริษัทกำหนด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเคลม
รถชนแต่ไม่มีคู่กรณี เคลมได้ไหม?
ขึ้นอยู่กับประเภทประกันและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แจ้งบริษัทตามข้อเท็จจริงพร้อมภาพและวันเวลาที่พบความเสียหาย บริษัทจะแจ้งว่าเคลมได้หรือไม่ ต้องตรวจรถอย่างไร และมีค่าเสียหายส่วนแรกหรือไม่
รถน้ำท่วมแต่ยังขับได้ จำเป็นต้องแจ้งประกันไหม?
หากสงสัยว่าน้ำเข้ารถ ควรแจ้งและขอคำแนะนำก่อนใช้งานต่อ ความเสียหายบางอย่างอาจยังไม่ปรากฏทันที โดยเฉพาะระบบไฟฟ้าและชิ้นส่วนภายใน
ประกันรถชั้น 2+ เคลมน้ำท่วมได้หรือไม่?
เคลมได้เฉพาะกรณีที่กรมธรรม์หรือแพ็กเกจมีความคุ้มครองน้ำท่วมตามเงื่อนไขที่ระบุ ให้ดูหน้าตารางกรมธรรม์และวงเงินภัยน้ำท่วมก่อน
ประกันอัคคีภัยบ้านคุ้มครองน้ำท่วมทุกฉบับหรือไม่?
ไม่ควรสรุปจากชื่อกรมธรรม์ ต้องตรวจว่ามีความคุ้มครองน้ำท่วมหรือเอกสารแนบท้ายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงดูว่าคุ้มครองตัวบ้าน ทรัพย์สินภายใน หรือทั้งสองส่วน
ไม่มีใบเสร็จเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ถูกน้ำท่วม ยังแจ้งเคลมได้ไหม?
แจ้งบริษัทประกันได้ตามข้อเท็จจริง พร้อมรูปถ่าย รุ่น หมายเลขเครื่อง ภาพก่อนเกิดเหตุ หรือหลักฐานอื่นที่มี ให้บริษัทแจ้งเอกสารทดแทนที่ยอมรับได้ อย่าแต่งหลักฐานหรือระบุมูลค่าที่ไม่ทราบเป็นข้อเท็จจริง
เคลมแล้วบริษัทจ่ายไม่ครบหรือปฏิเสธ ควรทำอย่างไร?
ขอรายละเอียดการคำนวณและเหตุผลเป็นลายลักษณ์อักษร ตรวจเทียบกับกรมธรรม์ ส่งหลักฐานเพิ่มเติมตามประเด็นที่ยังขาด และติดตามเลขเรื่อง หากยังมีข้อสงสัยสามารถขอคำปรึกษาจากสำนักงาน คปภ. โทร 1186 หรือใช้ช่องทางร้องเรียนของ คปภ.
เช็กลิสต์สั้น ๆ เมื่อเกิดเหตุ
| เหตุการณ์ | ทำทันที | ก่อนซ่อมหรือทิ้งของ |
|---|---|---|
| รถชน | ช่วยคนเจ็บ ถ่ายภาพ แจ้งประกัน | ตรวจใบเคลมและสิทธิการซ่อม |
| รถน้ำท่วม | อยู่ในจุดปลอดภัย อย่าสตาร์ทรถ ถ่ายระดับน้ำ แจ้งประกัน | ถามเรื่องรถยกและรอประเมิน |
| บ้านน้ำท่วม | ดูแลความปลอดภัยจากไฟฟ้า ถ่ายภาพ แจ้งประกัน | ทำรายการความเสียหายและถามขั้นตอนสำรวจ |
สรุป
การเคลมให้ราบรื่นเริ่มจาก ความปลอดภัย หลักฐาน และการแจ้งบริษัทประกันอย่างตรงไปตรงมา รถชนให้เก็บภาพจุดเกิดเหตุและข้อมูลคู่กรณี รถน้ำท่วมอย่าเพิ่งสตาร์ทหากสงสัยว่าน้ำเข้าระบบ บ้านน้ำท่วมให้ถ่ายภาพระดับน้ำและรายการสิ่งของก่อนซ่อมหรือทิ้ง ความคุ้มครอง วงเงิน เอกสาร และค่าใช้จ่ายที่ต้องรับผิดชอบเองต้องยึดกรมธรรม์จริงของแต่ละราย
หากไม่แน่ใจว่าประกันรถหรือประกันบ้านที่มีอยู่คุ้มครองน้ำท่วมหรือไม่ ส่งภาพ หน้าตารางกรมธรรม์โดยปิดข้อมูลส่วนตัวที่ไม่จำเป็น เพื่อสอบถามแนวทางเบื้องต้นได้ที่โทร 081-984-4858 หรือ LINE @thaipf
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่การยืนยันความคุ้มครองหรืออนุมัติค่าสินไหม การตัดสินใจรับเคลมขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และเงื่อนไขกรมธรรม์ของบริษัทประกันภัย
แหล่งข้อมูลประกอบ
- ศรีกรุงโบรคเกอร์: การเคลมประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ
- ศรีกรุงโบรคเกอร์: คู่มือเคลมประกันภัยรถยนต์จากน้ำท่วม
- คปภ.: ตัวอย่างเอกสารแนบท้ายความคุ้มครองภัยน้ำท่วม
- คปภ.: ระบบรับเรื่องร้องเรียน
